ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ท่องเทียว/Travel
dot
bulletไร่ชา ฉุยฟง
bulletแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก
bulletSingha Park Chiang Rai
bulletภูขี้ฟ้า
bulletดอยแม่สลอง
bulletดอยตุง
bulletวัดร่องขุ่น
bulletเชียงแสน
bulletตัวเมือง
bulletอุทยานแห่งชาติขุนแจ
bulletอุทยานแห่งชาติดอยหลวง
bulletดอยผาตั้ง
bulletแหล่งท่องเทียวอื่นๆ
dot
อาหาร/Foods
dot
bulletแกง
bulletยำ / ตำ/ ส้า
bulletน้ำพริก
bulletอื่นๆ
bulletขนม
dot
สารพัดจ.เชียงราย/Oter
dot
bulletเบอร์โทรศัพท์ในเชียงราย
bulletช็อป-ร้านหนังสือ
bulletร้านอาหาร
dot
เวปไซค์การเดินทาง/Air,Bus
dot
bulletการบินไทย/thaiairways
bulletนกแอร์/nokair
bulletแอร์เอเชีย/airasia
bulletภูเก็ตแอร์/phuketairlines
bulletไทย ไลออน์ แอร์/Thai Lion Air
bulletบางกอกแอร์แวย์/bangkokair
bulletแอร์ฟราน์/airfrance
bulletพีบีแอร์/pbair
bulletบริษัท ขนส่ง /transport
bulletขสมก/bmta
bulletการรถไฟ/railway
bulletนครชัยแอร์/nca
bulletสมบัติทัวร์/sombattour
dot
อ่านข่าว/News
dot
bulletไทยรัฐ/thairath
bulletเดลินิวส์/dailynews
bulletคม ชัด ลึก/komchadluek
bulletมติชน/matichon
bulletผู้จัดการ/manager
bulletกรุงเทพธุรกิจ/bangkokbiz
bulletเนชั่น/nationmultimedia
bulletบางกอกโพส์/bangkokpost
bulletสยามกีฬา/siamsport
bulletไทยโพส์/thaipost


ทัวร์ลิสซึมเชียงราย.คอม
กรมอุตตุนิยมวิทยา
รักแม่สาย.คอม


ตัวเมือง

 

อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช

 

ตั้งอยู่บริเวณทางแยกไปอำเภอแม่จัน พ่อขุนเม็งรายเป็นกษัตริย์องค์ที่ ๒๕ แห่งราชวงศ์ลวะ เป็นโอรสของพญาลาวเม็ง และพระนางเทพคำขยาย หรือพระนางอั้วมิ่งจอมเมือง ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ แรม ๙ ค่ำ เดือนอ้าย ปีกุน พุทธศักราช ๑๗๘๒ และเสด็จสวรรคตที่เมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ.๑๘๕๔ พ่อขุนเม็งรายได้สร้างเมืองเชียงรายขึ้นบนดอยทอง จากรากฐานเดิมที่เคยเป็นเมืองมาก่อน เมื่อปี พ.ศ.๑๘๐๕ ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ แห่งราชวงศ์เม็งราย และรวบรวมบ้านเล็กเมืองน้อยเข้าเป็นอาณาจักรล้านนาไทยจนเจริญรุ่งเรืองถึงปัจจุบัน

กู่พระเจ้าเม็งราย

ตั้งอยู่หน้าวัดงำเมือง บนดอยงำเมือง กู่นี้เป็นอนุสาวรีย์สำคัญแห่งหนึ่ง เพราะเป็นที่บรรจุอัฐิของพ่อขุนเม็งรายมหาราช ตามประวัติกล่าวว่าพระเจ้าไชยสงคราม ราชโอรสพระเจ้าเม็งราย เมื่อได้มอบราชสมบัติให้พระเจ้าแสนภูราชโอรสให้ขึ้นครองนครเชียงใหม่แล้ว พระองค์ได้นำอัฐิพระราชบิดามาประทับอยู่ที่เมืองเชียงราย และได้โปรดเกล้าฯ สร้างกู่บรรจุอัฐิของพระราชบิดาไว้ ณ ดอยงำเมืองแห่งนี้

วัดพระสิงห์

ถนนท่าหลวง ใกล้ศาลากลางจังหวัด เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์องค์ที่ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารลายคำ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน ตามประวัติเล่าว่า เจ้ามหาพรหมพระอนุชาของพระเจ้ากือนา กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ได้อัญเชิญพระพุทธสิงหิงค์มาจากเมืองกำแพงเพชร พระเจ้ากือนาได้โปรดฯ ให้ประดิษฐานไว้ ณ เมืองเชียงใหม่ ต่อมาพระเจ้ามหาพรหมทูลขอยืมพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานไว้ที่เมืองเชียงรายเพื่อหล่อจำลอง แต่เมื่อสิ้นบุญพระเจ้ากือนาและพระเจ้าแสนเมือง ราชนัดดาของพระองค์ได้เสด็จขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ เจ้ามหาพรหมคิดจะชิงราชสมบัติ จึงยกกองทัพจากเชียงรายไปประชิดเมืองเชียงใหม่ แต่เจ้าแสนเมืองก็สามารถป้องกันเมืองได้อีก ทั้งยกทัพตีทัพเจ้ามหาพรหมมาถึงเชียงราย และครั้งนี้เองที่ทรงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์คืนกลับไปประดิษฐานอยู่ที่วัดพระสิงห์เชียงใหม่สืบมา วัดพระสิงห์แห่งนี้ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองบนแผ่นศิลา สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าเม็งรายมหาราช นอกจากนั้นบานประตูยังออกแบบโดย คุณถวัลย์ ดัชนี บอกเรื่องราวเกี่ยวกับดิน น้ำ ลม ไฟ แกะสลักโดยฝีมือช่างชาวเชียงราย

วัดพระแก้ว

ถนนไตรรัตน์ เป็นวัดที่ค้นพบพระแก้วมรกต หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ตามประวัติเล่าว่าเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๙๗ ในสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่นั้น ฟ้าได้ผ่าเจดีย์ร้างองค์หนึ่ง และได้พบพระพุทธรูปลงรักปิดทองอยู่ภายในเจดีย์ ต่อมารักกะเทาะออกจึงได้พบว่าเป็นพระพุทธรูปสีเขียวสร้างด้วยหยก คือพระแก้วมรกตนั่นเอง ปัจจุบันวัดพระแก้วเชียงรายเป็นที่ประดิษฐานพระหยก ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระชนมายุ ครบ ๙๐ พรรษา

วัดพระธาตุดอยทอง

ถนนอาจอำนวย หลังศาลากลางจังหวัด บนดอยจอมทองริมฝั่งแม่น้ำกก ตามตำนานเล่าว่าเป็นพระธาตุเก่าแก่มีมาก่อนที่พ่อขุนเม็งรายจะทรงสร้างเมืองเชียงราย โดยเล่าว่าพระยาเรือนแก้วผู้ครองนครไชยนารายณ์ทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๑๔๘๓ สันนิษฐานว่า เมื่อพ่อขุนเม็งรายทรงพบชัยภูมิที่สร้างเมืองเชียงรายจากดอยจอมทองนั้น คงจะมีการบูรณะองค์พระธาตุใหม่พร้อมๆ กับการสร้างเมืองเชียงราย

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ เชียงราย

ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ ๘ กิโลเมตร บนเส้นทางเชียงราย-แม่จัน เข้าไปทางด้านหลังสถาบันราชภัฏเชียงราย ภายในสวนมีทัศนียภาพสวยงาม บรรยากาศร่มรื่น มีหนองบัวกว้างถึง ๒๒๓ ไร่ เป็นสถานที่น่าพักผ่อนหย่อนใจ เพราะน้ำในหนองบัวใสเย็นและเต็มเปี่ยมตลอดปี บนพื้นที่รอบหนองบัวเป็นที่ตั้งของพลับพลา ศาลาสำหรับนั่งพักผ่อนและมีสวนปาล์ม สวนไผ่อยู่บนที่ลาดเนินเขา

วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์

อยู่บนเทือกเขาดอยช้าง ตำบลแม่กรณ์ ห่างจากตัวเมืองตามทางหลวงหมายเลข ๑๒๑๑ ประมาณ ๑๘ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าไป ๑๑ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๑๒๐๘ หรือไปตามทางหลวงหมายเลข ๑ สายเชียงราย-พะเยา ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร จะมีป้ายแยกขวาไปอีก ๑๗ กิโลเมตร ถึงที่ทำการวนอุทยาน แล้วเดินเท้าไปยังตัวน้ำตกอีกประมาณ ๓๐ นาที ระยะทาง ๑,๒๐๐ เมตร น้ำตกขุนกรณ์เป็นน้ำตกสวยที่สูงที่สุดของจังหวัดเชียงราย ชาวบ้านเรียกว่า “น้ำตกตาดหมอก” มีความสูงถึง ๗๐ เมตร สองข้างทางที่เดินเข้าสู่น้ำตกเป็นป่าเขาธรรมชาติร่มรื่น

หอวัฒนธรรมนิทัศน์

อยู่ที่ศาลากลางหลังเดิม เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงโบราณวัตถุ เอกสารข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์ เรื่องราวความเป็นมาทั้งด้านวรรณกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดเชียงรายและพระราชกรณียกิจสมเด็จย่าที่ดอยตุง เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๕.๓๐ น. ค่าเข้าชม เด็ก นักเรียน นักศึกษา คนละ ๕ บาท ผู้ใหญ่ ๑๐ บาท

แม่น้ำกก

เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองเชียงราย มีความยาวรวมทั้งสิ้น ๑๓๐ กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือจากท่าเรือริมแม่น้ำในตัวเมืองเพื่อเที่ยวชมทัศนียภาพของแม่น้ำกก สองฟากฝั่งเป็นป่าเขาที่สวยงามตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถแวะชมหมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่าง ๆ เช่น อีก้อ ลีซอ กะเหรี่ยง หรือจะแวะปางช้างเพื่อนั่งช้างเที่ยวป่ารอบบริเวณนั้นก็ได้ อัตราค่าเช่าเรือ ๔๕๐ บาท สามารถนั่งได้ ๘ คน ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง ติดต่อเช่าเรือได้ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐-๑๖.๐๐ น.

พิพิธภัณฑ์อูบคำ

เลขที่ ๘๑/๑ ถนนหน้าค่าย ตำบลรอบเวียง ติดกับตลาดสดเด่นห้า เป็นศูนย์อนุรักษ์มรดกล้ำค่าของอาณาจักรล้านนาโบราณ ประกอบด้วยเครื่องใช้ในราชสำนักล้านนา เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าแพร่ เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าเชียงใหม่ ผ้าโบราณอายุ ๑๒๐ ปี เป็นซิ่นไหมคำจากราชสำนักมัณฑเลย์ และที่สำคัญไม่ควรพลาดชมคือ บัลลังก์กษัตริย์เป็นทองอร่าม อายุกว่า ๒๐๐ ปี แสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต โดยมีอาจารย์จุลศักดิ์ สุริยไชย เป็นผู้รวบรวม ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. ค่าเช้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๑๐๐ บาท เด็ก ๕๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท พิพิธภัณฑ์นี้เป็นความตั้งใจของผู้รวบรวมที่จะเก็บของมีค่าสมัยล้านนาที่ไม่ได้อยู่ในแผ่นดินไทยให้กลับมาอยู่ในผืนแผ่นดินไทย และเก็บไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาถึงความเป็นมาและความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรล้านนาในอดีต ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๕๓๗๑ ๓๓๔๙

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.